ประวัติหลวงปู่เณรคำ


พระเดชพระคุณท่าน หลวงปู่เณรคำ มีนามเดิมว่า “วิรพล สุขผล” ถือกำเนิดที่บ้านทรายมูล ต.ทรายมูล อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2522 เป็นบุตรคนที่ 4 ของคุณพ่อรัตน์ สุขผล และคุณแม่ สุดใจ สุขผล มีพี่น้องทั้งหมด 5 คน เป็นผู้ชายหมด เมื่อองค์หลวงปู่เณรคำบวชเป็นพระภิกษุแล้ว ได้รับฉายาทางพระพุทธศาสนา ว่า “ฉัตติโก” “พระอาจารย์ วิรพล ฉัตติโก”

พระเดชพระคุณท่าน หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ได้มีปฎิปทาตั้งมั่นตามแนวทางคำสอนขององค์สมเด็จ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถึงการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ตั้งแต่ครั้งยังเป็นเด็กอายุ 6 ขวบ ได้มีศรัทธาในการปฏิบัติจิต บำเพ็ญภาวนากรรมฐานมาโดยตลอด ทุกวันพระจะหยุดเรียน และนุ่งขาวห่มขาวเข้าไปถือศีลบำเพ็ญภาวนาในวัด ตั้งแต่เช้าจรดค่ำจะมีอิริยาบถแห่งการปฏิบัติธรรมอยู่ตลอด ไม่มีด่างพร้อย ไม่มีการพลั้งเผลอแม้แต่น้อย ทั้งวันจะเดินจงกรมสลับกับการนั่งภาวนาใต้ร่มไทร ช่วงกลางวันจะไปนอนในป่าช้า ตรงที่เป็นโบกปูนใช้สำหรับเผาผี โดยไม่เคยมีความกลัวหรือหวั่นวิตกอะไร จิตนั้นนิ่งโดยตลอด ทั้งๆ ที่ไม่เคยบำเพ็ญมาก่อนในชาตินี้ ในปัจจุบันชาติเพิ่งจะเริ่มต้น แต่ผลของการปฏิบัติมันก็เกิดขึ้นทันที นี่เป็นสัญญาณบ่งบอก เป็นหมายเหตุบอกถึงความจริงในการบำเพ็ญบารมีของแต่ละคนว่า “แม้เราบำเพ็ญในชาตินี้หรือว่าชาติไหนๆ ผลของการปฏิบัติบำเพ็ญนั้นมันยังคงอยู่เหมือนเดิม ไม่เสื่อมไปไหน” วัน ธรรมดาก็ไปโรงเรียน พอพักเที่ยงจะไปนั่งสมาธิใต้ร่มไม้ เลิกเรียนจะเข้าไปไหว้พระก่อนกลับจากโรงเรียน และเดินจงกรมกลับบ้านทุกวันเป็นกิจภายใน ที่ไม่มีใครรู้ได้นอกจากตัวเอง

พอเข้าศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษา ท่านคิดอยู่เสมอว่า “ถ้าเสร็จ จาก ภารกิจทางโลกแล้ว เราจะไม่กลับมา ทางโลกอีก เราคงเคยเกิดมาหลายชาติแล้ว เราคงพอแก่การเกิดได้แล้วในชาตินี้ เห็นอะไรก็เกิดความสลดสังเวชไปหมด จึงเป็นแนวทางทำให้รู้สึกเหมือนกับว่า เรารู้มาก่อน เห็นมาก่อน ตั้งแต่อดีตชาติ เหมือนกับเราจะได้ต่อเติมเส้นทางแห่งการปฏิบัติธรรมการบำเพ็ญเพียรเพื่อให้ หลุดพ้น” เลิกเรียนจึงไปปักกลด นั่งบำเพ็ญภาวนาที่อยู่ที่กระต๊อบกลางน้ำ ที่ปลายนาของโยมพ่อโยมแม่ทุกวัน วันพระจะถือกลดไปโรงเรียนด้วย พอเลิกเรียนจะเข้าไปปักกลดบำเพ็ญภาวนาที่วัด บางครั้งก็ไปปักกลดนั่งบำเพ็ญภาวนา อยู่ที่กระต๊อบกลางน้ำที่ปลายนาของโยมพ่อโยมแม่ทั้งคืนจนสว่าง ปฏิบัติเช่นนี้เป็นกิจวัตร

จากการปฏิบัติธรรมอย่างต่อเนื่องมาตลอด จนกระทั่งอายุได้ 13 ขวบ ครั้งหนึ่งขณะนั่งบำเพ็ญภาวนาที่กระต๊อบกลางน้ำนั้น ตัวของท่านลอยขึ้น พอมาเดินจงกรมอยู่บนคันนา ก็เดินเหนือพื้นดินโดยเท้าไม่ได้แตะพื้นดินเลย และอีกครั้งหนึ่งท่านได้นั่งบำเพ็ญภาวนานานติดต่อถึง 5 ชั่วโมง จนถึงเวลาประมาณ ตี 2 จะไปอาบน้ำในบ่อน้ำ พอลุกจากที่นั่งภาวนาตัวเบา……….หวิว เหมือนกับว่าเท้าไม่ได้แตะฝุ่นละอองบนพื้นเลย เดินลงไปในบ่อน้ำก็ไม่จมน้ำ ถือว่าเป็นปรากฏการณ์อันมหัศจรรย์ เกิดกำลังใจ ยิ่งทำให้เร่งความเพียรหนักขึ้น และเป็นหนทางให้ออกบวช

ครั้นอายุได้ 15 ปี ท่านได้ออกบวชเป็นสามเณร ที่วัดภูเขาแก้ว อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี โดยมีท่านหลวงปู่โชติ อาภัคโค เป็นอุปัชฌาย์ บรรพชาเสร็จแล้ว ได้ไปจำพรรษาที่วัดป่าดอนธาตุ อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี ระยะหนึ่ง

จากนั้นเดินทางจาริกธุดงค์ ปักกลดอยู่ถ้ำภูตึก บ้านคุ้มปากมูล อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ขณะนั่งบำเพ็ญภาวนาอยู่ในถ้ำภูตึกนั้น มีงูเหลือมตัวหนึ่งเลื้อยมาพาดขา พาดตักบ้าง บางคืนนอนอยู่ งูเหลือมจะเลื้อยมาขดอยู่บนหน้าอก หนักมาก แต่จิตไม่มีการวิตกกังวลหรือกลัวอันใดเลย เพราะชีวิตนี้บูชาคุณพระพุทธเจ้าแล้ว พระพุทธเจ้าเป็นใหญ่ที่สุด พระธรรมเป็นใหญ่ที่สุด

พระอริยสงฆ์เป็นใหญ่ที่สุด ตอนนั้นคิดแต่ว่า เราต้องทำหน้าที่ให้ถึงพระพุทธเจ้า ทำให้ถึงพระธรรม ทำให้ถึงซึ่งความเป็นพระอริยสงฆ์ ความกลัวทั้งหลายจึงไม่มี และได้บำเพ็ญภาวนาอยู่ในถ้ำภูตึกนั้นคนเดียวนานถึง 3 เดือน

ต่อจากนั้นก็ลงจากถ้ำภูตึกไป และจาริกธุดงค์ไปเรื่อยๆ ปรากฏว่าเริ่มเห็นสิ่งอัศจรรย์เยอะแยะมากมายเกิดขึ้น เช่น สิ่งลี้ลับต่างๆ ที่คนทั่วไปมองไม่เห็น มองเห็นมุมโลกสองมุม คือ มุมมืดและมุมสว่างแห่งการเวียนว่ายตายเกิด มองเห็นสวรรค์ มองเห็นอบายภูมิ ประกอบด้วยนรก เปรตและอสุรกาย และเริ่มออกทำการเผยแผ่หลักธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน ( จาก..หลวงปู่เณรคำ ดอทคอม )

ปัจจุบัน หลวงปู่เณรคำได้ตกเป็นจำเลยสังคม โปรติดตามข่าวอื้อฉาวเกี่ยวกับเณรคำได้ที่  http://ub-info.com/?p=2872

จับตา!’กมธ.วุฒิฯ’ถก’เณรคำ’27มิ.ย.นี้

‘กมธ.วุฒิฯ’จ่อถกปม’หลวงปู่เณรคำ’27 มิ.ย.นี้ ขณะที่’พศ.สั่งสอบพระไทยช้อปปิ้ง-ฉันอาหารหรูในสหรัฐฯ แจงไม่เหมาะสม

26 มิ.ย.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันพฤหัสบดีที่ 27 มิถุนายน 2556 เวลา 14.00 น.คณะกรรมาธิการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา ประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของของพระสงฆ์ 2 กรณี ได้แก่ กรณีพระวิรพล ฉัตติโก (หลวงปู่เณรคำ) วัดป่าขันติธรรม จังหวัดศรีสะเกษ นั่งเครื่องบินเจ็ทมีภาพถ่ายนอนคู่กับสีกา และใช้สิ่งของมียี่ห้อราคาแพง และกรณีพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ (หลวงพี่น้ำฝน) วัดไผ่ล้อม จังหวัดนครปฐม มีรถยนต์ราคาแพง ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ หมายเลข 310 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา 3หมายนี้ถ้าจะเล่นเป็นข่าวก่อนได้

พศ.สั่งสอบพระไทยช้อปปิ้ง-ฉันอาหารหรูในสหรัฐฯ

  นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เปิดเผยถึงกรณี สังคมออนไลน์มีการส่งต่อ พร้อมวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนัก ถึงภาพคณะพระสงฆ์จำนวน 5–6 รูป กำลังเดินเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนม อุปกรณ์สมาร์ทโฟน ต่อแถวซื้อกาแฟยี่ห้อดัง และฉันอาหารในร้านอาหารอย่างมีความสุข ขณะเดินทางที่สหรัฐอเมริกา ว่า ยังไม่เห็นภาพดังกล่าวที่ปรากฏในโซเชียลเน็ตเวิร์ก แต่ถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่สมควรปฏิบัติ เนื่องจากเป็นการกระทำที่ผิดลักษณะ และไม่สำรวม แต่ทั้งนี้กรณีดังกล่าว ถือเป็นความผิดที่ไม่รุนแรง โดยทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุมมหาเถรสมาคมในวันที่ 28 มิ.ย.นี้ ส่วนจะดำเนินการอย่างไรกับคณะพระสงฆ์ดังกล่าวนั้น เป็นดุลพินิจของฝ่ายปกครองสูงสุด จะเป็นผู้พิจารณา

“แต่เดิมสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มีระเบียบในการควบคุมดูแลความประพฤติของสงฆ์อยู่แล้ว ซึ่งจากนี้ จะเน้นย้ำมาตรการดังกล่าวให้มากขึ้น หากพระสงฆ์กระทำผิด จะถูกลงโทษ ทั้งนี้ หากกระทำผิดซ้ำ ๆ และเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนดูว่าจงใจละเลย ทำเป็นอาจิณ อาจมีการพิจารณาบทลงโทษขั้นรุนแรง คือการปาราชิก หรือถูกจับสึก” นายนพรัตน์ กล่าว

“ชาวระนอง”จี้ตรวจสอบพระพม่าผุดวัดป่ากว่า20แห่ง

นายสุชีพ พัฒน์ทอง ประธานเครือข่ายภาคประชาชนจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า ชาวบ้านซึ่งเป็นพุทธศาสนิกชนในพื้นที่ จ.ระนอง ต้องการให้หน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบวัดป่าที่ตั้งขึ้นโดยพระภิกษุ พม่ากว่า 20 แห่งในพื้นที่ จ.ระนอง ว่า เป็นการดำเนินการถูกต้องหรือไม่ หลังจากที่พบว่ามีการปล่อยปละละเลยให้วัดป่าเหล่านี้เข้ามาตั้งเป็นจำนวนมาก และดำเนินการหาเงินก่อสร้างจนบางแห่งใหญ่กว่าวัดไทยในระนอง และหลายครั้งที่พบว่า กลายเป็นจุดพักพิงแรงงานต่างด้าวเพื่อหลบหนีเข้าเมืองรอเดินทางไปยังจังหวัด ต่างๆ ของไทย โดยมีพุทธศาสนิกชนซึ่งเป็นแรงงานต่างด้าวชาวพม่าคอยเป็นผู้อุปถัมป์ รวมถึงพุทธศาสนิกชนจากประเทศเพื่อนบ้านที่เดินทางเข้ามาทำบุญเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ ในส่วนของวัดไทยที่ตั้งอยู่ใน จ.ระนอง ก็มีการดำเนินกิจกรรมทางศาสนาโดยชาวพม่าในการระดมทุนก่อสร้างสิ่งของต่างๆ อาทิ เจย์ดี,พระพุทธรูป ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรที่จะเข้าไปตรวจสอบการใช้เงินด้วยว่าเป็นไปตาม วัตถุประสงค์หรือไม่

ที่มา คมชัดลึก  วันพุธที่ 26 มิถุนายน 2556

ปิดตํานานหลวงปู่เณรคำ  http://ub-info.com/?p=3347